ASKBOON

< ชีวิต เทคโนโลยี และการเรียนรู้ />

Blog, Technology

วัฏจักรของข้อมูล,ข่าวสาร,ความรู้บนอินเทอร์เน็ต

อดีต

สมัยก่อน ช่วงที่อินเทอร์เน็ตยังไม่นิยมแพร่หลาย ข้อมูล,สารสนเทศ และความรู้ต่างๆมักจะถูกจัดเก็บไว้ในวงแคบ คนที่รู้มากเนื่องจากมีข้อมูลมากก็จะได้เปรียบโดยเฉพาะในด้านธุรกิจ สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นข้อได้เปรียบในทางธุรกิจ (หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าความลับทางธุรกิจ) หรือแมัในด้านอื่นๆเองก็ตาม ทำให้คนที่มีข้อมูลมากก็สามารถทำเงินได้มาก หรือกลายเป็นคนที่มีผู้คนนับหน้าถือตามากในฐานะผู้รู้ ยุคนั้นเลยเป็นยุคที่ต้องเก็บข้อมูลความรู้ไว้กับตัวหรือไว้กับบริษัทให้มากที่สุด และเป็นยุคของปลาใหญ่กินปลาเล็ก รู้มากได้เปรียบ

พอเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟู ทุกคนมีอะไรก็โพสต์ขึ้นเว็บหมด ใครยิ่งเผยแพร่ข้อมูลอะไรได้มากได้เร็วก็จะเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป ซึ่งก็จะนำมาซึ่งชื่อเสียงและรายได้ตามมา ยุคที่ว่านี้จึงเป็นยุคของการแชร์ ในด้านธุรกิจแล้วทำให้การทำงานเปลี่ยนไปมาก อะไรที่เรารู้คนอื่นก็รู้ด้วยการค้น Google ไม่กี่วินาที ทำให้รูปแบบของการทำธุรกิจเปลี่ยนไป ดังจะเห็นได้ถึงการเกิดมาของซอฟท์แวร์ประเภท Open Source ซึ่งสมัยก่อนใครจะมาคิดว่าจะมีการเปิดเผยซอร์สโค้ดของโปรแกรมให้คนทั้งโลกรู้ หรือแม้กระทั่งการจัดอบรมความรู้หรือสิ่งที่เราเรียกว่า Know-how ต่างๆที่วิทยากรได้เรียนรู้จากการทำงานในบริษัทใหญ่ๆ ทั้งๆที่สมัยก่อนมันคือความลับทางธุรกิจ ยุคนี้ความลับของข้อมูลข่าวสารจึงไม่ค่อยมีเท่าไหร่ เน้นปลาเร็วกินปลาช้า

ปัจจุบัน

มายุคปัจจุบัน ข้อมูล,สารสนเทศ หรือความรู้มีมากมายล้นอินเทอร์เน็ต แต่คุณภาพของมันกลับไม่ได้ดีหรือพัฒนาขึ้น ดังจะเห็นได้ว่าปัจจุบันมักมีข้อมูล, สารสนเทศ, ข่าวสาร หรือแม้กระทั่งความรู้ที่เผยแพร่ออกมาแบบผิดๆ เพราะเป็นการแชร์จากแหล่งข้อมูลอื่นๆต่อๆกันมา ดังนั้น คนที่ได้เปรียบไม่ใช่คนที่สามารถค้นหาความรู้จาก Search Engine เก่งเท่านั้น แต่ต้องสามารถคิดวิเคราะห์และแยกแยะได้ว่าข้อมูลไหนเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ดังนั้น ผมจึงมีความเห็นส่วนตัวว่า การจัดเก็บข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจึงกลายมาเป็นความลับทางธุรกิจอีกครั้ง

ยกตัวอย่างเช่น งานพัฒนาโปรแกรมที่ต้องใช้อัลกอริทึ่มบางอย่างในการเขียนโปรแกรม หากเราทำการค้นอินเทอร์เน็ต (ผมก็เป็นหนึ่งในแฟนตัวยงของเว็บ Stackoverflow ซึ่งเป็นเว็บแก้ปัญหาต่างๆในการพัฒนาโปรแกรมอันดับหนึ่งของโลกที่นักพัฒนาโปรแกรมทุกคนต้องรู้จัก) ก็จะพบตัวอย่างโปรแกรมที่เราสามารถนำมาใช้งานในระบบของเราได้เลย แต่จะมีตัวอย่างโปรแกรมหลายๆอันที่แม้โปรแกรมทำงานได้แต่ก็ไม่ปลอดภัยหรือไม่มีประสิทธิภาพ มีก็ส่วนน้อยที่ใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพ ตรงนี้เองมันเลยกลับกลายเป็นว่าใครที่สามารถค้นคว้าและวิเคราะห์ได้ว่าอะไรคือถ่านอะไรคือเพชรก็จะได้เปรียบคนอื่นอยู่มาก

หรืออีกตัวอย่างก็คือปัจจุบันมักจะชอบมีคนแชร์อีบุ๊คจำนวนมากในอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในกลุ่มสนทนาปิดต่างๆ ผมเคยเห็นอีบุ๊คหัวข้อเดียวกันเป็นสิบๆเล่ม แล้วใครจะบอกได้ว่าเล่มไหนดี เล่มไหนอ่านแล้วคุ้มค่าเวลาที่เสียไป เล่มไหนไม่มั่ว

อนาคต

ยุคที่จะถึงต่อไปนี้เลยน่าจะกลับมาเป็นยุคที่เริ่มมีการเก็บ “ความลับทางธุรกิจ” กลับมาอีกแล้ว..สิ่งที่เปิดเผยอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด หากเราไม่พัฒนาตัวเองให้เราสามารถคิดวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาแล้วละก็ มันก็จะเป็นไปในทำนองที่ว่า รู้ก็เหมือนไม่รู้นั่นเอง

How useful was this post?

Click on a star to rate it!

Average rating 5 / 5. Vote count: 2

Leave a Reply

Theme by Anders Norén