เรานำคอมพิวเตอร์มาใช้งานกันเพราะอะไร?

ตั้งแต่สมัยก่อนนานมาแล้ว เราเริ่มนำเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งานกัน ด้วยเหตุผลต่างๆกัน (บางทีก็ไม่มีเหตุผล) เรามาดูกันว่าในปัจจุบัน มันมีเหตุผลอะไรเปลี่ยนไปจากสมัยก่อนบ้านในการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการทำงาน

คอมพิวเตอร์ช่วยอะไรเราบ้าง?

เป็นเรื่องปกติ การนำคอมพิวเตอร์มาใช้มันก็ต้องทำให้การทำงานก็ต้องส่งผลดีให้กับการทำงานแน่ๆ เพราะถ้ามันทำให้การทำงานแย่ลงก็คงไม่มีคนใช้กัน แต่สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง? หากมองลึกๆลงไปจริงๆแล้ว พื้นฐานก็จะมี 2 เรื่องที่คอมพิวเตอร์ช่วยเสริมในการทำงาน

  1. เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน เนื่องจากคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องจักร ไม่เหนื่อย ไม่ต้องพัก ทำงานได้ 24 ชั่วโมง ดังนั้น มันก็สามารถทำงานอะไรที่ซ้ำๆได้ดีและทำได้เร็วกว่าคนทำมากมายนัก ดังนั้น ความเร็วในการทำงานที่เพิ่มขึ้นจากการใช้คอมพิวเตอร์จึงเป็นเหตุผลหลักๆที่คนนำคอมพิวเตอร์มาใช้ บางเรื่องหากใช้คนทำ อาจจะต้องกินเวลาเป็นวัน โดยหากเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์ทำงาน งานเดียวกันอาจทำเสร็จได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที
  2. ลดความผิดพลาดในการทำงาน โดยเฉพาะในงานคำนวนต่างๆ คอมพิวเตอร์ที่ผ่านการเขียนโปรแกรมมาอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถทำงานซ้ำๆได้โดยไม่มีความผิดพลาด ซึ่งต่างจากคน พอเหนื่อยล้าเข้าก็จะเริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่ และเริ่มทำงานผิดพลาดตามสภาพร่างกายของคนทำงาน

สองเรื่องข้างต้นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนนำคอมพิวเตอร์มาใช้ แต่ในปัจจุบันที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเก็บข้อมูลมากขึ้น พลังการประมวลผลดีขึ้นจากการพัฒนาของฮาร์ดแวร์ รวมถึงวิธีประมวลผลที่ถูกพัฒนาให้คำนวนเรื่องต่างๆได้ดีขึ้น (พัฒนาการของซอฟท์แวร์) ทำให้เริ่มมีสิ่งอื่นๆที่เราต้องนำเข้ามาคิดในการจะนำคอมพิวเตอร์มาทดแทนงานอะไรซักอย่าง

ข้อมูล

ปัจจุบันเป็นยุคของข้อมูล ข้อมูลที่ดีที่มากพอก็จะทำให้เราสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์และนำไปประมาณการอะไรต่างๆได้มากมาย อย่างที่เราคงเคยได้ยิน ทั้งในเรื่องของ BI (Business Intelligence) หรือ AI (Artifical Intelligence) ดังนั้น จึงกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า ปัจจุบันที่เรานำคอมพิวเตอร์มาใช้งานอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เป็นการเก็บข้อมูลจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลแล้วนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ

การนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานแบบไหนที่เรียกว่ายังใช้ได้ไม่ถูกต้อง?

บางคนบอกว่าใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน แต่บางเรื่องก็เป็นการใช้งานที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์มากนัก เช่น

  • นำข้อมูลจำนวนมากมาพิมพ์เก็บใน Word Processor ที่ไม่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้โดยง่าย
  • ข้อมูลบันทึกเข้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครื่องๆเดียว ไม่สามารถแชร์หรือแบ่งปันข้อมูลไปยังคนอื่นๆได้โดยง่าย
  • มีการนำเข้าข้อมูลแบบไม่มีการตรวจสอบอัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลที่ได้ไม่ถูกต้อง ทำงานต่อได้ยาก ที่เห็นตัวอย่างบ่อยๆ เช่น คำนำหน้าที่บันทึกในระบบคอมพิวเตอร์บางที่มีทั้ง นางสาว, นส, น.ส. เป็นต้น หรือข้อมูลวันเดือนปีที่มีหลากหลายทั้งพศ.และ คศ. ทำให้เราต้องทำการแก้ไขข้อมูลเหล่านี้ให้ถูกต้องเสียก่อนที่จะนำไปใช้งาน

ตอนนี้เรียกได้ว่าคอมพิวเตอร์มีแทบจะทุกบ้านแล้ว (สมาร์ทโฟนก็ถือเป็นคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่ง) หากเราสามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้การทำงาน หรือการบริหารจัดการข้อมูลในชีวิตส่วนตัวทำได้ดียิ่งขึ้น