When I am overloaded

สามสี่เดือนที่ผ่านมา ตัวเองจะค่อนข้างมีปัญหากับการจัดการงานที่ทำต่างๆ จนทำให้เกิดสภาวะ Overloaded ขึ้น โดยปริมาณงานกับเวลาที่มีไม่สอดคล้องกัน ส่งผลให้เกิดความเครียดค่อนข้างสูง เห็นได้จากการที่ปกติผมจะจด Mood Diary ไว้ด้วย สีที่ปรากฏก็จะเขียวบ้างเหลืองบ้างในแต่ละวัน แต่ลองดู Mood Diary ของผมในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาตามรูปข้างล่างนี่สิครับ มันบอกอะไรได้ชัดมาก

พอถึงจุดที่ต้องแก้ปัญหาให้ได้ ไม่อย่างนั้นชีวิตคงแย่แน่ ก็เลยต้องพยายามมองหาวิธีการที่จะทำให้เรื่องราวหนักอกหนักใจนี้ผ่านไปให้ได้ ก็ได้ทำหลายอย่าง โดยส่วนที่ผมคิดว่าทำแล้วค่อนข้างช่วยได้ผมจะสรุปไว้เป็นข้อๆตามด้านล่างนี้ ซึ่งก็ไม่ได้บอกว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกหรือสิ่งที่ดี เพียงแต่อยากนำมาแบ่งปันกัน เผื่อจะมีประโยชน์กับใครได้บ้าง

ทำยังไงดี(วะ)?

มาดูกันทีละข้อเลยครับ

Don’t panic

อย่างแรกเลยก็ต้องอย่าตื่นตระหนก เพราะการแพนิคหรือตื่นตระหนกจะทำให้เราคิดอะไรต่อไม่ออก สมัยทำงานบริษัท มักจะมีน้องๆมาปรึกษาปัญหาอยู่เสมอ ทางออกนึงที่ผมใช้แนะนำคนอื่นบ่อยมาก คือพยายามแก้ปัญหาเหมือนเวลาเราแกะปมเชือกหรือด้าย (ใครเคยเย็บผ้าเองคงจะรู้ปัญหาการแกะปมด้ายดี) ยิ่งรีบยิ่งเจ๊ง แกะทีละจุดทีละมุม แล้วปมด้าย (ปัญหา) มันก็จะค่อยๆคลายตัวออกมาเอง

จัดเวลาในช่วงเล็กๆในแต่ละวันไว้เครียด

ความเครียดชอบวิ่งเข้ามาในหัวเราตลอดเวลา ผมอ่านในบทความบางอันน่าสนใจเลยลองนำมาใช้ดู คือไหนๆจะเครียดแล้วก็จัดเวลาเครียดให้มันซะเลย เช่น วันละ 10-15 นาทีเพื่อใช้คิดเรื่องปวดหัวต่างๆนาๆ แล้วพอพ้นเวลานี้แล้ว ห้ามคิด ห้ามเครียด ดำเนินชีวิตไป พรุ่งนี้ค่อยมาเครียดใหม่ (ถ้าความเครียดยังมีอยู่)

Focus

เวลาเครียดสมาธิในการจะทำอะไรจะไม่มี พอสมาธิไม่มีก็ทำอะไรช้าหรือผิดพลาดไปหมด ดังนั้น ช่วงเวลาที่เราต้องทำงานหรือทำภาระกิจต่างๆ เราต้อง Focus กับมันมากเป็นพิเศษ เพื่อให้สิ่งที่ทำสามารถเดินหน้าต่อไปได้

งัดประสบการณ์ทุกอย่างในตัวออกมาใช้ช่วยแก้ปัญหา

เวลานี้แหละ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่เราจะเอาทฤษฎีต่างๆที่อ่านเล่นเพลินๆมาในอดีต เช่น การบริหารเวลา, การจัดลำดับความสำคัญ, การใช้ซอฟท์แวร์มาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ หรืออื่นๆมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ตรงนี้แหละที่ทฤษฎีมันจะถูกนำมาพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติจริง

งด Social Network

ชีวิตเราถ้ามัน Toxic อยู่แล้วก็อย่าเอาเรื่อง Toxic ของคนอื่นมาเพิ่มให้ตัวเองเลย ทั้ง Facebook หรือ Twitter หรือแม้กระทั่ง Instagram ที่ไม่คิดว่าจะทำให้ Toxic ได้มันก็เป็นไปได้ อีกทั้งมันจะเสียเวลาในแต่ละวันของเราโดยไม่จำเป็น เบาได้เบา งดบางช่วงได้งด แล้วเราจะมีสติในการแก้ปัญหาในชีวิตได้ดีขึ้น

พักผ่อนที่ไม่ใช่การนอนหลับ

การนอนเป็นการพักผ่อนทางกาย แต่ไม่ช่วยทำให้เราสบายใจหรือแก้ปัญหาอะไรให้เราได้ การพักผ่อนในความหมายที่ผมพูดถึงนี้จะหมายถือการทำจิตใจให้สงบ ปิดสิ่งเร้าต่างๆจากภายนอกที่จะมารบกวนจิตใจเรา อาจจะด้วยการหลับตา ฟังเพลงเบาๆ ทำสมาธิ บางครั้งสิ่งเหล่านี้ทำให้ตัวเราได้พักผ่อนมากกว่าการนอนหลับเสียอีก

ระวังมากขึ้นกับการใส่อารมณ์ให้กับคนรอบข้าง

พอเราเครียด ใจเราก็จะบอบบาง อะไรมากระทบหน่อยก็ไปละ เรื่องนี้ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะคนข้างๆตัวเราอาจจะโดนหางเลขไปด้วยเพียงเพราะว่าเขาโชคร้ายมาอยู่ใกล้เราในวันที่เรามีความเครียด ซึ่งไม่ใช่ความผิดของเขาเลยจริงๆ

ใช้ชีวิตต่อไป

อย่าให้ความเครียดมาทำให้เราหยุด ใช้ชีวิตต่อไปด้วย มากบ้างน้อยบ้างตามสมควร สำหรับผมเองการไปเดินถ่ายรูปก็เป็นการใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง มันไม่ได้เป็นตัวบอกว่าผมจะเศร้าหรือมีความสุขตลอดเวลาที่เห็นผมไปเดินถ่ายรูป (บอกเผื่อไว้ใครจะคิดว่าเห็นพี่ไปเดินถ่ายรูปก็น่าจะมีความสุขดีตลอดเวลานะ 🤣 ผมแค่ใช้ชีวิตต่อไปแค่นั้นเอง)

สรุป

วันนี้เขียนยาวอีกแล้ว แต่หวังว่าคงมีประโยชน์กับใครสักคนที่ผ่านมาเห็นบ้าง