Information Technology, tips

แก้ปัญหาไฟล์ ODT ใน LibreOffice มีขนาดใหญ่ผิดปกติ

ผู้ใช้งาน LibreOffice จำนวนมากอาจประสบปัญหาไฟล์เอกสาร .odt ที่มีเนื้อหาไม่มากนัก แต่กลับมีขนาดใหญ่เกินคาด บางครั้งอาจมีขนาดหลายสิบเมกะไบต์ ทั้งที่ภายในมีเพียงข้อความธรรมดา ไม่มีรูปภาพหรือตารางที่ซับซ้อน บทความนี้จึงขอนำเสนอสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ สาเหตุของปัญหา ไฟล์ ....
แก้ปัญหาไฟล์ ODT ใน LibreOffice มีขนาดใหญ่ผิดปกติ
Share this

ผู้ใช้งาน LibreOffice จำนวนมากอาจประสบปัญหาไฟล์เอกสาร .odt ที่มีเนื้อหาไม่มากนัก แต่กลับมีขนาดใหญ่เกินคาด บางครั้งอาจมีขนาดหลายสิบเมกะไบต์ ทั้งที่ภายในมีเพียงข้อความธรรมดา ไม่มีรูปภาพหรือตารางที่ซับซ้อน บทความนี้จึงขอนำเสนอสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ


สาเหตุของปัญหา

ไฟล์ .odt จัดเป็นไฟล์ประเภท ZIP ที่ถูกบีบอัด ซึ่งภายในประกอบด้วยข้อมูลหลายส่วน การที่ไฟล์มีขนาดใหญ่ผิดปกติมักเกิดจากปัจจัยหลักดังต่อไปนี้

1. การฝังฟอนต์ (Font Embedding)

สาเหตุอันดับต้นๆ ของปัญหาไฟล์พองโต คือการฝังฟอนต์ลงในเอกสาร โดยเมื่อผู้ใช้เปิดใช้งานตัวเลือก "ฝังฟอนต์ในเอกสาร" (Embed fonts in the document) ซึ่งอยู่ใน File -> Properties -> แท็บ Font LibreOffice จะทำการบันทึกสำเนาของฟอนต์ที่ใช้งานทั้งหมดไว้ในไฟล์

ฟอนต์หนึ่งตัวอาจมีขนาดหลายเมกะไบต์ โดยเฉพาะฟอนต์ภาษาไทยบางชนิดที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เมื่อมีการใช้งานหลายฟอนต์หรือฟอนต์ที่มีน้ำหนักมาก ขนาดไฟล์ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ในบางกรณี LibreOffice อาจฝังฟอนต์ที่ไม่ได้ใช้งานจริงเข้าไปด้วยโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ไฟล์มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น

2. การติดตามการแก้ไข (Track Changes)

ฟีเจอร์การติดตามการแก้ไขเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากการทำงานของฟีเจอร์นี้จะบันทึกประวัติการแก้ไขทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม ลบ หรือปรับเปลี่ยนข้อความ แม้ผู้ใช้จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดแล้ว (Accept All Changes) ข้อมูลประวัติเหล่านั้นอาจยังคงหลงเหลืออยู่ในโครงสร้างของไฟล์ ส่งผลให้ขนาดไฟล์เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น

3. การสะสมของสไตล์อัตโนมัติ (Automatic Styles)

การจัดรูปแบบโดยตรง (Direct Formatting) เช่น การเปลี่ยนขนาดตัวอักษร สี หรือรูปแบบตัวหนา-เอียง จะทำให้ LibreOffice สร้าง "สไตล์อัตโนมัติ" ขึ้นเพื่อบันทึกการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ยิ่งเอกสารผ่านการแก้ไขมานานหรือมีการคัดลอกข้อความจากแหล่งอื่นๆ มากเท่าใด สไตล์อัตโนมัติก็จะสะสมมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกบันทึกไว้ในโครงสร้าง XML ของไฟล์ ส่งผลให้ขนาดไฟล์เพิ่มขึ้น

4. การแปลงไฟล์จาก Microsoft Word

สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่พบได้บ่อย คือการเปิดไฟล์จาก Microsoft Word (.docx หรือ .doc) ด้วย LibreOffice แล้วบันทึกเป็น .odt ซึ่งอาจทำให้ขนาดไฟล์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุย่อยดังนี้

  • ความไม่สมบูรณ์ของการแปลงรูปแบบ: กระบวนการแปลงระหว่างรูปแบบไฟล์ทั้งสองไม่ได้สมบูรณ์แบบเสมอไป ไฟล์ .docx ขนาดเล็กอาจกลายเป็นไฟล์ .odt ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นหลายเท่า
  • การฝังฟอนต์โดยอัตโนมัติ: LibreOffice อาจทำการฝังฟอนต์จากไฟล์ Word เดิมลงในไฟล์ ODT ใหม่โดยอัตโนมัติ แม้ผู้ใช้ไม่ได้ตั้งใจก็ตาม มีรายงานว่าพบกรณีไฟล์ .docx ขนาด 100 KB กลายเป็นไฟล์ ODT ขนาดกว่า 800 MB จากสาเหตุดังกล่าว
  • การแปลงรูปภาพแบบเชื่อมโยงเป็นแบบฝังตัว: ไฟล์ Word สามารถเชื่อมโยงรูปภาพจากภายนอกได้ (Linked Images) แต่เมื่อเปิดใน LibreOffice รูปภาพเหล่านี้อาจถูกแปลงเป็นแบบฝังในไฟล์ (Embedded) ส่งผลให้ขนาดไฟล์เพิ่มขึ้นอย่างมาก

แนวทางแก้ไข

1. ตรวจสอบเนื้อหาภายในไฟล์

เนื่องจากไฟล์ .odt คือไฟล์ ZIP ที่ถูกบีบอัด ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเนื้อหาภายในได้โดย

  1. สำรองไฟล์ต้นฉบับไว้ก่อน
  2. เปลี่ยนนามสกุลไฟล์จาก .odt เป็น .zip
  3. เปิดไฟล์ ZIP ด้วยโปรแกรมบีบอัดไฟล์
  4. ตรวจสอบโฟลเดอร์ต่างๆ เช่น
    • โฟลเดอร์ Pictures/ เพื่อตรวจสอบว่ารูปภาพที่ซ่อนอยู่หรือไม่
    • โฟลเดอร์ Fonts/ เพื่อตรวจสอบฟอนต์ที่ถูกฝังไว้

วิธีการนี้จะช่วยให้ทราบได้ว่าอะไรคือตัวการหลักที่ทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่

2. ปิดการฝังฟอนต์

นี่เป็นวิธีการแก้ไขที่ตรงจุดและได้ผลดีที่สุด

  1. เปิดเอกสารใน LibreOffice
  2. ไปที่ File -> Properties
  3. คลิกแท็บ Font
  4. ยกเลิกการเลือกที่ช่อง "Embed fonts in the document"
  5. คลิก OK และบันทึกไฟล์ด้วยชื่อใหม่

ข้อควรพิจารณา: การปิดการฝังฟอนต์อาจทำให้เอกสารแสดงผลแตกต่างไปจากเดิมเมื่อเปิดในเครื่องอื่นที่ไม่มีฟอนต์ดังกล่าวติดตั้งอยู่ อย่างไรก็ตาม หากใช้งานฟอนต์พื้นฐานทั่วไปที่มีอยู่ในระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่ เช่น ฟอนต์ภาษาไทยพื้นฐาน (TH SarabunPSK, Cordia New) หรือฟอนต์สากล (Arial, Times New Roman) ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้

3. บันทึกเอกสารใหม่แบบ "สะอาด"

วิธีการนี้ช่วยลบข้อมูลที่สะสมและรูปแบบที่ซ่อนอยู่ออกไปได้มาก

  1. เปิดเอกสารที่ต้องการแก้ไข
  2. ไปที่ File -> Save As...
  3. เลือกประเภทไฟล์เป็น "ODF Text Document (.odt)"
  4. คลิกที่ปุ่มตัวเลือกเพิ่มเติม (Filter Settings หรือ More Options)
  5. ยกเลิกการเลือกตัวเลือกที่เกี่ยวกับการบันทึกข้อมูล AutoRecovery หรือประวัติการแก้ไข
  6. บันทึกเป็นไฟล์ใหม่

4. การใช้ Markdown เป็นตัวกลาง

สำหรับไฟล์ที่มีสไตล์อัตโนมัติสะสมจำนวนมาก วิธีการนี้เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ

  1. คัดลอกเนื้อหาทั้งหมดในเอกสาร
  2. วางลงในโปรแกรมแก้ไขข้อความธรรมดา (Notepad) หรือโปรแกรมที่รองรับ Markdown
  3. บันทึกเป็นไฟล์ข้อความธรรมดา (plain text) หรือไฟล์ Markdown
  4. เปิด LibreOffice ใหม่ และสร้างเอกสารเปล่า
  5. นำเนื้อหาจากไฟล์ข้อความมาแปะในเอกสารใหม่
  6. จัดรูปแบบใหม่โดยใช้ Styles เช่น Heading 1, Heading 2, Normal แทนการจัดรูปแบบโดยตรง
  7. บันทึกเป็นไฟล์ .odt ใหม่

วิธีนี้จะช่วยรีเซ็ตโครงสร้าง XML ของเอกสารทั้งระบบ และสามารถลดขนาดไฟล์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

5. จัดการกับข้อมูลการติดตามการแก้ไข

หากมีการใช้ฟีเจอร์ Track Changes ควรดำเนินการดังนี้

  1. ไปที่ Edit -> Track Changes -> Accept or Reject...
  2. ยอมรับหรือปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด
  3. ไปที่ Edit -> Track Changes -> Merge Document... เพื่อลบประวัติการแก้ไขที่เหลืออยู่ (หากมี)

แนวทางป้องกัน

เพื่อไม่ให้กลับมาเจอปัญหานี้อีก ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้

1. ใช้ Styles แทนการจัดรูปแบบโดยตรง

การใช้ Styles (รูปแบบสำเร็จรูป) เป็นวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดในการใช้งาน LibreOffice

  • ใช้ Heading 1 และ Heading 2 สำหรับหัวข้อ
  • ใช้ Strong Emphasis แทนการทำตัวหนาโดยตรง
  • ใช้ Emphasis แทนการทำตัวเอียงโดยตรง

การปฏิบัติตามแนวทางนี้จะช่วยให้เอกสารมีโครงสร้างที่สะอาด ไม่มีสไตล์อัตโนมัติสะสม และยังอำนวยความสะดวกในการทำสารบัญ (Table of Contents) อีกด้วย

2. หลีกเลี่ยงการแปลงไฟล์ซ้ำไปมา

หากเป็นไปได้ ควรเลือกรูปแบบไฟล์หลักและยึดถือใช้งาน

  • กรณีทำงานคนเดียวหรือในทีมที่ใช้ LibreOffice ทั้งหมด ควรใช้รูปแบบ .odt
  • กรณีต้องส่งให้ผู้ที่ใช้ Microsoft Word ควรบันทึกเป็น .docx เพียงครั้งเดียว และไม่ควรบันทึกกลับมาเป็น .odt ซ้ำ

การแปลงไฟล์ซ้ำๆ ระหว่างสองรูปแบบจะเพิ่มข้อมูลที่ไม่จำเป็นและทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

3. ทำความสะอาดข้อมูลการติดตามการแก้ไขเป็นประจำ

หากมีความจำเป็นต้องใช้ Track Changes ควรดำเนินการยอมรับหรือปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเมื่อส่งงานแต่ละรอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติการแก้ไขสะสมจนเกินความจำเป็น


สรุป

การบริหารจัดการขนาดไฟล์ ODT จำเป็นต้องพิจารณาความสมดุลระหว่างขนาดไฟล์กับความถูกต้องในการแสดงผล

การตั้งค่า ขนาดไฟล์ การแสดงผลบนเครื่องอื่น
ฝังฟอนต์ ON ใหญ่ แสดงผลตรงตามที่ออกแบบไว้
ฝังฟอนต์ OFF เล็ก อาจเปลี่ยนแปลงได้หากไม่มีฟอนต์นั้นติดตั้งอยู่

สำหรับฟอนต์ทั่วไปที่มีอยู่ในระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่ การปิดการฝังฟอนต์ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม ในขณะที่เอกสารที่ใช้ฟอนต์พิเศษหรือมีข้อกำหนดด้านรูปแบบที่เข้มงวด อาจจำเป็นต้องยอมรับขนาดไฟล์ที่ใหญ่ขึ้นเพื่อรักษาความถูกต้องในการแสดงผล


Image: pexels.com

Post Views: 65